หน่วยการเรียนรู้ที่ 3

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ประวัติพุทธสาวก สาวิกา และชาดก

แบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยที่ 3
ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกา และชาดก

 รหัส
 ชื่อ-นามสกุล

    1. คำกล่าวใดที่ไม่ตรงกับพฤติกรรมของนายมิตตวินทุกะ ? 
    เห็นกงจักรเป็นดอกบัว 
    เห็นผิดเป็นชอบ
    ตกนรกทั้งเป็น
    สวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ที่ใจ

    2. นางขุชชุตตรา ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้เป็นเลิศในด้านใด ? 
    ปัญญาเป็นเลิศ
    คุณธรรมเป็นเลิศ
    แสดงธรรมเป็นเลิศ 
    อ่อนน้อมถ่อมตนเป็นเลิศ

    3. ทำไมพระสารีบุตรจึงตรัสรู้ช้ากว่าพระภิกษุรูปอื่นถึง 15 วัน ? 
    เพราะไม่มีเวลาพิจารณาธรรม 
    เพราะมีสติปัญญาไม่เฉียบแหลมจึงต้องใช้เวลาในการพิจารณาธรรม
    เพราะมีสติปัญญามากจึงต้องพิจารณาธรรมอย่างถี่ถ้วน
    เพราะมีทิฏฐิมานะไม่ยอมรับพระพุทธเจ้าง่าย ๆ

    4. พระโมคคัลลานะนอกจากได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีฤทธิ์มากแล้ว ท่านมีความสามารถในด้านใดอีก ? 
    ด้านความอดทน
    ด้านการก่อสร้าง
    ด้านความอ่อนน้อมถ่อมตน
    ด้านความกตัญญู

    5. พระโมคคัลลานะจะแสดงฤทธิ์เมื่อใด ? 
    เมื่อมีความโกรธ
    เมื่อสังคมวุ่นวาย
    เมื่อต้องการเอาชนะคู่ต่อสู้
    เมื่อสอนคนและปราบคนชั่ว

    6. ใครเป็นผู้ก่อสร้างวัดเวฬุวัน (สวนไม้ไผ่) เป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ? 
    พระเจ้าอชาตศัตรู
    พระเจ้าพิมพิสาร
    พระเจ้าอโศกมหาราช 
    พระเจ้าสุทโธทนะ

    7. พระสารีบุตรได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นเลิศในด้านใด ?
    ปัญญาเป็นเลิศ
    คุณธรรมเป็นเลิศ
    มีฤทธิ์เดชเป็นเลิศ
    แสดงธรรมเป็นเลิศ

    8. คำสอนในราโชวาทชาดก สอนให้เราเอาชนะความโกรธได้อย่างไร ? 
    ด้วยความไม่โกรธ
    ด้วยการข่มใจ
    ด้วยความอดทน
    ต้องโกรธตอบ

    9. สารถีของพระเจ้าพัลลิกะยอมหลีกทางให้สารถีของพระเจ้าพาราณสี เพราะเหตุใด ? 
    เพราะยอมรับความพ่ายแพ้ 
    เพราะยอมรับในชาติตระกูล
    เพราะยอมรับในการตั้งอยู่ในธรรม
    เพราะยอมรับในความสามารถ


    10. การที่นางขุชชุตตรายักยอกค่าดอกไม้และสำนึกผิดหลังจากฟังพระธรรมเทศนาจากพระพุทธเจ้าแล้ว แสดงว่านางมีคุณธรรมในข้อใด ? 
    ละอายต่อบาป
    เกรงกลัวบาป
    เป็นคนซื่อสัตย์
    เป็นผู้ฝึกฝนตนเอง
จุดประสงค์การเรียนรู้

หน่วยที่ 3 ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกา ชาดก

             1. สามารถอธิบายเกี่ยวกับประวัติพุทธสาวก และพุทธสาวิกา และนำวัตรปฏิบัติของท่านเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต
ประจำวันได้
             2. สามารถอธิบายชาดก เรื่อง มิตตวินทุกชาดก และราโชวาทชาดก และนำไปเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินชีวิตได้


3.1 ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกา

                                               
            ประวัติพระสารีบุตร
           พระสารีบุตร เดิมชื่อ อุปติสสะ เป็นบุตรของวังคันตพราหมณ์ มารดาชื่อสารี บิดาเป็นนายบ้าน อุปติสสคาม ใกล้เมืองราชคฤห์ บิดามารดามีฐานะร่ำรวย เหตุที่ท่านได้ชื่อว่า สารีบุตร เนื่องจากเมื่อท่านบวชแล้วเพื่อนพระภิกษุด้วยกันมักเรียกท่านว่า สารีบุตร แปลว่า บุตรนางสารีตามชื่อมารดาของท่านอุปติสสะมีสหายคนหนึ่งชื่อว่า โกลิตะ เป็นบุตรของนายบ้านโกลิตคามซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกัน เที่ยวด้วยกันและศึกษาศิลปวิทยาร่วมกัน วันหนึ่งทั้งสองได้ไปเที่ยวชมมหรสพในเมืองเห็นความไร้สาระของมหารสพเกิดความเบื่อหน่ายในการเสพสุขสำราญจึงปรึกษากันแล้วชวนกันพร้อมกับบริวารบวชเป็นปริพพาชกอยู่ในสำนักสัญชัย เวลัฏฐบุตร เพื่อศึกษาธรรมแต่ยังมิได้บรรลุธรรมพิเศษเป็นที่สุดที่พอใจ จึงนัดหมายกันว่าผู้ใดได้บรรลุธรรมพิเศษก่อน ผู้นั้นจงบอกแก่ผู้อื่น

           ขณะนั้นเมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่พระเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ พระอัสสชิซึ่งเป็นองค์หนึ่งในจำนวนปัญจวัคคีย์ได้เดินทางมาเพื่อเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและกำลังบิณฑบาตอยู่ อุปติสสะได้พบท่านเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงติดตามไปเมื่อพระอัสสชิฉันอาหารเสร็จแล้ว จึงได้เข้าไปถามถึงข้อปฏิบัติ พระอัสสชิได้แสดงธรรมให้ฟังสั้น ๆ ว่า “สิ่งทั้งหลายย่อมเกิดจากเหตุ จะดับไปก็เพราะเหตุดับ”อุปติสสะได้ฟังเกิดดวงตาเห็นธรรม คือ เข้าใจแจ่มแจ้งสิ้นความสงสัยบรรลุโสดาบัน เมื่อทราบว่าพระพุทธเจ้าประทับอยู่พระเวฬุวันจึงนำธรรมที่ตนได้ฟังไปเล่าถ่ายทอดให้โกลิตะผู้เป็นสหายฟัง โกลิตะเมื่อฟังแล้วก็ได้ดวงตาเห็นธรรมเช่นเดียวกัน จึงไปลาอาจารย์สัญชัย พร้อมทั้งบริวารพากันไปเฝ้าพระพุทธเจ้า และได้ขอบวชเป็นพระสาวกพร้อมทั้งบริวาร พระพุทธเจ้าประทานบวชให้ทั้งหมด เมื่อบวชแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสเทศนาอบรม บริวารทั้งหมดได้สำเร็จอรหันต์ก่อน ส่วนอุปติสสะ ได้บำเพ็ญธรรมต่อมาอีก 15 วันจึงได้สำเร็จอรหันต์พระสารีบุตรได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุอื่นในทางปัญญา เป็นผู้มีคุณธรรมดีเด่นด้านปัญญา เป็นอัครสาวกเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า เป็นกำลังสำคัญในการประกาศพระศาสนาพระสารีบุตรนิพพานวันเพ็ญกลางเดือน 12 นิพพานก่อนพระโมคคัลลานะ 15 วัน และก่อนพระพุทธเจ้าประมาณ 7 เดือน ก่อนนิพพานท่านได้เทศนากล่อมเกลาจิตใจของบิดามารดาจของท่านให้กลับใจมานับถือพระพุทธศาสนาจนเป็นผลสำเร็จ

คุณธรรมที่เป็นแบบอย่าง

1. เป็นผู้มีปัญญาเลิศ สามารถเข้าใจพระธรรมคำสอนของพรพุทธเจ้าได้อย่างลึกซึ้งและอธิบายให้คนอื่นฟังได้อย่างดียิ่ง แม้เรื่องยากเพียงไรก็ตาม ก็สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย เมื่อมีพระสงฆ์สาวกจะทูลลาไปต่างเมือง พระพุทธเจ้ามักตรัสให้ไปลาและรับฟังโอวาทจาก
พระสารีบุตรด้วย

2. เป็นผู้มีขันติเป็นเลิศ มีความสงบเสงี่ยมไม่คิดร้ายใคร ไม่โกรธหรือคิดตอบโต้ใคร ๆ เช่น ท่านถูกพราหมณ์คนหนึ่งซึ่งทราบว่า ท่านไม่โกรธและมีความอดทน ย่องไปทุบข้างหลังจนท่านเซไปข้างหน้า ท่านก็ไม่เหลียวมอง ทำให้พราหมณ์เกิดความสำนึกผิดและขอขมาท่าน

3. เป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีเป็นเลิศ พระสารีบุตรเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที ท่านนับถือพระอัสสชิเป็นพระอาจารย์องค์แรกของท่าน เมื่อรู้ว่าพระอัสสชิอยู่ในทิศใด เวลาจะนอนท่านจะหันศีรษะไปทางทิศนั้น นอกจากนี้ ท่านยังเป็นผู้ยอดกตัญญูรู้คุณแม้เพียงเพราะพรามหณ์แก่ชื่อว่าราธะซึ่งเคยตักข้าวใส่บาตรท่านทัพพีท่านก็จำได้และเมื่อราธพราหมณ์ประสงค์จะบวชแต่ไม่มีใครรับรองให้บวช
ท่านก็กราบทูลพระพุทธเจ้าขอรับหน้าที่บวชให้

4.เป็นผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน พระสารีบุตร เป็นผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตนมาก ถึงแม้จะได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่ามีปัญญาเทียบเท่าพระองค์ ท่านก็ไม่เคยลืมตนท่านอ่อนโยนต่อทุกคน ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวท่านจึงเป็นที่รักของเพื่อนพระสาวกด้วยกันเป็นอย่างมาก


3.2 มิตตวินทุกชาดก

          นันทิวิสาลชาดก

         เมื่อพระศาสดาเสด็จประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงพระปรารภถึงพระภิกษุซึ่งเป็นผู้ว่ายากรูปหนึ่ง ทรงตรัสเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยพระพุทธเจ้าที่ชื่อว่า พระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ความมีอยู่ว่า นายมิตตวินทุกะถูกจักรพัดอยู่บนศีรษะตลอดเวลา จึงได้รับความทุกข์ทรมานมาก ขณะนั้นพระโพธิสัตว์เจ้าได้เดินผ่านมา นายมิตตวินทุกะ จึงถามว่า“ข้าแด่พระองค์ ข้าพเจ้าได้กระทำอะไรไว้แก่เทวดา ข้าพเจ้าได้กระทำความชั่วอะไร จักรนี้ได้จรดที่ศีรษะแล้วพัดผันอยู่บนกระหม่อมของข้าพเจ้า”พระโพธิสัตว์ตรัสว่า“เพราะเหตุใดเล่า ท่านผ่านทั้งปราสาทแก้วผลึก ปราสาทเงิน ปราสาทแก้วมณี และปราสาททองมาแล้วจึงมาถึงณที่นี่ได้”นายมิตตวิทุกะกล่าวว่า“ขอพระองค์ท่านจงดูข้าพเจ้าผู้มีความหายนะเนื่องเพราะสำคัญว่าที่นี่มีโภคทรัพย์สมบัติมากมายกว่าปราสาททั้ง 4 หลังที่กล่าวมานี้”พระโพธิสัตว์ จึงตรัสตอบว่า “เนื่องเพราะท่านมีความปรารถนามากเกินไป ได้ครอบครองนารี ๔ นาง ไม่พอใจทั้ง ๔ นางได้ครอบครองนารีทั้ง ๘ นาง ไม่พอใจทั้ง ๘ นาง ได้ครอบครองนารีทั้ง ๑๖ นาง ไม่พอใจทั้ง ๑๖ นางได้ครอบครองทั้ง ๓๒ นาง ไม่พอใจทั้ง ๓๒ นาง ท่านจึงได้ประสบกับจักรที่พัดอยู่บนศีรษะของท่าน เพราะถูกความโลภ ความปรารถนาที่มากเกินไป “ พระพุทธองค์จึงตรัสสั่งสอนว่า “ขึ้นชื่อว่าความอยาก มีสภาพแผ่ไปยิ่งใหญ่ไพศาล ทำให้เต็มได้ยาก (ความอยากไม่มีที่สิ้นสุด) หากชนเหล่าใดตกอยู่ภายใต้อำนาจของความอยากแล้ว ก็ยากที่จะถอนตัวออกได้ง่าย ๆ เหมือนกับท่านในปัจจุบันนี้ ต้องเทินจักรไว้อยู่บนศีรษะตลอดเวลา”พระโพธิสัตว์ตรัสเช่นนี้แล้ว ก็เสด็จสู่เทวสถานแห่งตนทันที ฝ่ายมิตตวินทุกะ ก็ยังคงมีจักรพัดอยู่บนศีรษะอยู่ตลอดเวลา และได้รับความทุกขเวทนาหนักเรื่อยไป จนกว่าบาปกรรมที่กระทำไว้จะหมดสิ้นไป  การที่นายมิตตวินทุกะ ได้รับกรรมเช่นนี้ ก็เนื่องด้วยความโลภ ความปรารถนา และความอยากไม่มีที่สิ้นสุดนั่นเอง


แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 3

ประวัติพุทธสาวก พุทธสาวิกา และชาดก


 รหัส
 ชื่อ-นามสกุล

    1. สารถีของพระเจ้าพัลลิกะยอมหลีกทางให้สารถีของพระเจ้าพาราณสี เพราะเหตุใด ?

      เพราะยอมรับความพ่ายแพ้
      เพราะยอมรับในชาติตระกูล
      เพราะยอมรับในการตั้งอยู่ในธรรม
      เพราะยอมรับในความสามารถ

    2. คำกล่าวใดที่ไม่ตรงกับพฤติกรรมของนายมิตตวินทุกะ ?

      เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
      เห็นผิดเป็นชอบ
      ตกนรกทั้งเป็น
      สวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ที่ใจ

    3. พระโมคคัลลานะนอกจากได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีฤทธิ์มากแล้ว ท่านมีความสามารถในด้านใดอีก ?

      ด้านความอดทน
      ด้านการก่อสร้าง
      ด้านความอ่อนน้อมถ่อมตน
      ด้านความกตัญญู

    4. พระโมคคัลลานะจะแสดงฤทธิ์เมื่อใด ?

      เมื่อมีความโกรธ
      เมื่อสังคมวุ่นวาย
      เมื่อต้องการเอาชนะคู่ต่อสู้
      เมื่อสอนคนและปราบคนชั่ว

    5. ใครเป็นผู้ก่อสร้างวัดเวฬุวัน (สวนไม้ไผ่) เป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ?

      พระเจ้าอชาตศัตรู
      พระเจ้าพิมพิสาร
      พระเจ้าอโศกมหาราช
      พระเจ้าสุทโธทนะ

    6. พระสารีบุตรได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นเลิศในด้านใด ?

      ปัญญาเป็นเลิศ
      คุณธรรมเป็นเลิศ
      มีฤทธิ์เดชเป็นเลิศ
      แสดงธรรมเป็นเลิศ

    7. คำสอนในราโชวาทชาดก สอนให้เราเอาชนะความโกรธได้อย่างไร ?

      ด้วยความไม่โกรธ
      ด้วยการข่มใจ
      ด้วยความอดทน
      ต้องโกรธตอบ

    8. ทำไมพระสารีบุตรจึงตรัสรู้ช้ากว่าพระภิกษุรูปอื่นถึง 15 วัน ?

      เพราะไม่มีเวลาพิจารณาธรรม
      เพราะมีสติปัญญาไม่เฉียบแหลมจึงต้องใช้เวลาในการพิจารณาธรรม
      เพราะมีสติปัญญามากจึงต้องพิจารณาธรรมอย่างถี่ถ้วน
      เพราะมีทิฏฐิมานะไม่ยอมรับพระพุทธเจ้าง่าย ๆ

    9. การที่นางขุชชุตตรายักยอกค่าดอกไม้และสำนึกผิดหลังจากฟังพระธรรมเทศนาจากพระพุทธเจ้าแล้ว แสดงว่านางมีคุณธรรมในข้อใด ?

      ละอายต่อบาป
      เกรงกลัวบาป
      เป็นคนซื่อสัตย์
      เป็นผู้ฝึกฝนตนเอง

    10. นางขุชชุตตรา ได้รับการยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้เป็นเลิศในด้านใด ?

      ปัญญาเป็นเลิศ
      คุณธรรมเป็นเลิศ
      แสดงธรรมเป็นเลิศ
      อ่อนน้อมถ่อมตนเป็นเลิศ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น